พระเขมรขนนก กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.ลพบุรี

พระเครื่องที่คนคนไทยหรือเซียนพระทั้งหลายเรียกว่า พระศิลปลพบุรีทรงเทริด หรือพระเขมรขนนก ก็เรียกนั้น เราสามารถดูได้จากองค์พระพุทธลักษณะของศิลปะของพระ เนื้อของพระ อายุความเก่าแก่ของธรรมชาติ ความงดงามในศิลปะนั้นๆ แต่ละยุคแต่ละสมัย เช่น ทวาราวดี สมัยศรีวิชัย สมัยลพบุรี สมัยสุโขทัย สมัยอู่ทอง สมัยเชียงแสน สมัยอยุธยา และสมัยรัตนโกสินทร์ แต่ละสมัยแต่ละยุคทำเทียมและเรียนแบบมาโดยตลอด บางครั้งไม่สามารถดูได้ว่าอย่างไหนก่อนหรืออย่างไหนหลัง แต่ความสำคัญอยู่ที่ธรรมชาติที่สามารถบ่งบอกและชี้ให้เราอ่านออกว่า สิ่งไหนก่อนสิ่งไหนหลัง

สมันลพบุรีนั้น ที่ทั้งรูปขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า ( พระพุทธรูป ) และทั้งรูปพระโพธิ์สัตว์ เพราะสมัยลพบุรีมีผู้นับถือศาสนามหายานจึงมีรูปเคารพเป็นพระโพธิ์สัตว์เป็นอันมาก มีรูปลักษณะรูปร่างที่พอจะดูพอเป็นคร่าวๆได้ดังเช่น รูปของพระอวโลเกศวรหรือพระโพธิ์สัตว์ปัทมปาณิ ( ปัทมะ แปลว่า ดอกบัว ) เช่น ถือดอกบัว นั่งบนดอกบัว สวมมงกุฎเทริดเป็นทั้งกลีบและเป็นใบไม้เป็นช่อๆ มองดูคล้ายขนนกคือ

  1. ด้านหน้า ของมงกุฎเทริดโดยมากจะมีสัญลักษณ์เป็นรูปพระพุทธเจ้า หรือ
  2. รูปสถูป ( แท่นองค์สัมมาสัมพุทธเจ้า )

ทั้งสองอย่าง ติดอยู่บนเครื่องประดับนั้นสาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะประชาชนในยุคนั้นนับถือลัทธิหินยานและลัทธิมหายานร่วมกัน อันเป็น การนับถือ ธรรมะของพระพุทธเจ้าเป็นหลัก คือ หัวใจของพระพุทธศาสนา ทุกข์ , สมุหทัย , นิโรธ , มรรค

สำหรับเครื่องประดับรองลงมาได้แก่ กรองศอ, ทองกรรัดต้นแขน, โดยมากรับอิทธิพลมาของพระพุทธเทวรูป พระพิมพ์ต่างๆหรือสัตว์ในหิมพานต์ก็ดี ที่มีลักษณะนี้ จะมีอายุในราว พุทธศตวรรษที่ 16-17 สำหรับส่วนของ สำหรับส่วนของพระพุทธรูปของขอมหรือเขมรโดยมากมีพระวรกายอวบอ้วน พระพักตร์ดุดันมีอายุในราวพุทธศตวรรษที่ 18 ตอนต้นๆ

สำหรับภาพพระพุทธรูป หรือพระโพธิสัตว์ของโลติเกศวร ภาพที่ 1 นั้น อาจเป็นได้ทั้งรูปพระพุทธเจ้าหรือรูปพระโพธิสัตว์ เพราะศิลปกรรมเขมรชัดเจนอยู่ด้านล่างซึ่งเป็นฐานมองคล้ายดอกบัวบาน 3 กลีบ อันที่จริงเป็นรูปของดุลพระยานคานหามของเขมร ซึ่งทำเป็นห่วงไว้ห้อยเปลซึ่งเป็นแบบเขมรยุคนครวัตถุซึ่งเราท่านอาจจะเห็นเป็นปกติ

พระพุทธรูปทรงเครื่อง หรือพระเครื่องที่จำลองแบบให้เล็กลงมีรูปลักษณะทรงเทริดที่ปรากฎในประเทศไทยนั้น มีต้นเค้ามาจากคติจักรวาทิน อันเป็นความเชื่อเนื่องในพระพุทธศาสนามหายาน ที่ปรากฏในศิลปะอินเดียแบบปาละเสนะแห่งแคว้นพิหาร เบงกอล มีอายุดังกล่าวมาแล้วข้างต้น ( หนังสือบางเล่มอาจจะกำหนดอายุไม่เท่ากัน ) ซึ่งเชื่อว่าพระพุทธเจ้ายังสถิตย์อยู่บนสรวงสวรรค์ในฐานะเป็นจักรพรรดิ์ของจักรวาล จึงได้มีการประดับเครื่องทรงของพระพุทธรูปให้เป็นอย่างกษัตริย์ ปรากฏหลักฐานของพระพุทธรูปทรงเครื่องจำนวนมาก ในดินแดนที่เรียกว่าเมืองเหนือหริภุญไชย ( ลำพูน ) เมืองสุพรรณบุรี รวมเขตกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ ของประเทศไทย

รูปแบบลักษณะที่ค้นพบและได้โดยบังเอิญมีทั้งพระที่เป็นพระพุทธรูปประทับนั่งปางมารวิชัย , หรือปางประทับยืน ( มีทั้งพระบูชาและพระเครื่อง ) นอกจากที่กล่าวมาแล้ว ยังมีชนิดที่แผ่นพื้นข้างหลังประกอบองค์พระพุทธพระเครื่องนั้นอีกด้วย บางครั้งก็ทำเป็นพระพุทธรูปสามองค์ เรียงติดต่อกัน หรือที่เราเรียกว่า " ตรีกาย " ในคติมหายานอันได้แก่กายทั้งสามของพระพุทธเจ้าคือ ธรรมกาย สัมโภคกายและนิมารกาย รูปแบบต่างๆ เหล่านี้แสดงว่ากลุ่มชนในดินแดนต่างๆ เหล่านี้ของประเทศไทยในรุ่นพุทธศตวรรษที่ 18 - 19 ยังมีความสัมพันธ์กับคติพุทธศาสนามหายานอยู่ พูดแบบตรงๆ ก็อาจจะได้ว่า ทั้งหินยานและคติมหายานยังมีส่วนร่วมกันอยู่

พุทธลักษณะของพระกรุต่างๆ ที่กระผมนำมาลงไว้ให้ท่านได้ชมหรือให้เห็นนั้นเป็นของจริงของแท้ เรื่องพระพุทธคุณบุญบารมีอภินิหารหรือความศักดิ์สิทธิ์อิทธิปาฏิหารย์หรือสิ่งมหัศจรรย์ เป็นสิ่งเหนือเหตุผมของการพิสูจน์ดังที่องค์สัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า สิ่งมหัศจรรย์นั้นเป็นอจิณไตย ใครๆไม่ควรคิดค้นคว้าหาเหตุผล ( ห้ามคนที่มีพระอย่านำพระไปทดลองด้วยอาวุธต่างๆ )

ความศักดิ์สิทธิ์อภินิหาร จะดลบันดาลให้เกิดมีเฉพาะแก่ผู้มีวาสนาและผู้เลื่อมใสนับถือเชื่อมั่นในองค์พระที่เราห้อยคอ แขวนคอ เท่านั้นที่ทรงอานุภาพศักดิ์สิทธิ์ เป็นปูชนียะควรแก่สักการะเคารพบูชายิ่งนัก ก็คงจะไม่ต้องอวดอ้างถึงเรื่องพุทธคุณแต่ประการใดว่า พระลพบุรีทุกกรุทุกวัดมีอิทธิฤิทธิ์คุ้มครองตัว และคุ้มครองไพร่บริวารทุก ๆ อย่างได้อย่างเลิศเลอเกินกว่าคำบรรยายใดๆ ทั้งสิ้น สวัสดี


[ พระบูชา ][ พระกรุ] [ พระเกจิฯ ] [ เหรียญ ] [ เครื่องราง ] [ พระแท้แปลกตา ] [ พระใหม่มาแรง ]
[ ไฮไลทฺ์ ] [ สรรพสาระ ] [ วิเคราะห์สถานการณ์ ]
[ Amulet Gallery ] [ เวบบอร์ด ]

กลับไปหน้าแรก


Copyright(c) 2002 by saranugrompra.com
presented by saranugrompra@yahoo.com