|
พระร่วงนั่งกรุดงเชือก
จ.สุพรรณบุรี เป็นพระพิมพ์แสดงพระพุทธปรัชญาฝ่ายมหายานเพราะเป็นพระเครื่องราชาภรณ์
สร้างด้วยเนื้อตะกั่ว เมื่ออายุมากๆ เป็นร้อยปีขึ้นก็จะเกิดสนิมแดง
ช่างฝีมือผู้สร้างพระพิมพ์นี้คงตัดแบ่งออกมาจากพระศิลปะลพบุรีในแบบซึ่งรู้จักกันดีคือ
พระตรีกาย หรือ พระสามพี่น้อง ซึ่งเป็นปริศนาธรรมเกี่ยวกับกายทั้งสาม
ของพระพุทธเจ้า แบบมหายาน กายทั้งสามที่ว่านี้คือ ธรรมกาย
หมายถึงพระธรรมคัมภีร์อันเป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า
กายเมื่อตรัสรู้แล้วจะมีกายไปอีกแบบหนึ่งนอกเหนือจากที่เรารู้จักกันเป็นสามัญ
เรียกว่า สัมโภคกาย และ นิรมาณกาย หรือกายแห่งตนเมื่อครั้งยังเป็นมนุษย์
ยังมิได้สำเร็จ หรือสำเร็จแล้วในร่างของมนุษย์
สถานที่พบพระก็คือ
กรุบ้านดงเชือก อำเภอหนองหญ้าไทร จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นพื้นที่นาที่เป็นดินทราย
ปลูกข้าวขึ้นแต่ไม่ได้ผลดี บริเวณพบพระมีหินและศิลาแลง
กับเศษสำริดที่ชำรุดเสียหายจากการถูกรถแทร็กเตอร์ไถคราด
สภาพพระที่พบ มีที่สมบูรณ์เพียง 60-70 องค์เท่านั้นตามรายงานของนักเขียนผู้บันทึกไว้ในหนังสือพระหลายเล่มหลังจากการขุดพบครั้งแรก
นับรวมกับองค์ที่ชำรุดมีไม่ถึง 200 องค์ และแน่นอน นอกจากพระร่วงยืนทรงจีโบอีก
3-4 องค์แล้ว ก็พบกระดูกผีร่วมอยู่ในกรุด้วยเช่นเดียวกับที่พบพระศิลปะแบบลพบุรีตามกรุต่างๆ
ทั่วไปแทบทุกอำเภอ ตำบลในจังหวัดสุพรรณบุรี ก็แสดงว่าเป็นพระเครื่องอุทิศเป็นส่วนกุศลให้แก่ผู้ตายที่อาจจะเป็นสมณะสงฆ์มหายานหรือไม่ก็คงจะเป็นเจ้าขุนมูลนายชนเผ่าขอม
จากสถิติการค้นพบพระเครื่องพระพิมพ์ในสุสานโบราณสมัยขอมในตัวจังหวัดสุพรรณบุรีและพื้นที่ต่างๆ
ของจังหวัดใกล้เคียงบริเวณลุ่มแม่น้ำสุพรรณบุรี เจ้าพระยา
แม่น้ำป่าสัก และลุ่มแม่น้ำแคว ไม่เคยพบว่าจะมีพระพิมพ์พระเครื่อง
หรือแม้กระทั่งพระพุทธรูปหรือ เทวรูปจำนวนมากเลยแม้แต่หลุมเดียว
เป็นข้อบ่งชี้ชัดเจนว่า ทฤษฎีที่ว่า การสร้างพระพิมพ์พระเครื่องอันเป็น
อุทเทสิกเจดีย์ นั้น จะต้องมีจำนวน 84000 องค์ หรือ
500 เท่ากับชาติต่างๆของ พระพุทธเจ้าก่อนจะประสูติขึ้นมาเสวยชาติเป็นพระพุทธเจ้านั้น
สำหรับพุทธมหายานหรือแม้กระทั่งฝ่ายหินยานที่อาจขาดปัจจัยในการสร้างพระด้วยกรณีใดๆ
ก็ตามคงต้องสร้างพระเพื่ออุทิศเป็นส่วนกุศลดังกล่าวนี้เพียงเท่าที่สามารถทำได้เท่านั้น
ธรรมเนียมพิธีฌาปนกิจของพุทธศาสนิกชนพุทธมหายาน
ไม่ทราบแน่ชัดว่าในสมัยสูงๆ จัดการกันอย่างไร แต่ในสมัยศรีวิชัยก็มีการสร้างพระพิมพ์ดินดิบผสมเถ้ากระดูกเป็นเครื่องอุทิศแล้ว
พิจารณาดูแล้ว ยังมีรายละเอียดแตกต่างออกไปในด้านปฏิบัติพิธีกรรม
เนื้อหามวลสารในการสร้างพระเครื่องอุทิศนี้ก็ไม่เหมือนกันด้วย
คิดเอาเองว่า พิธีฌาปนกิจพุทธมหายาน อาจจะแบ่งทำเป็นพิธีของพระเถระมีสมณะศักดิ์อย่างหนึ่งของคนธรรมดาอย่างหนึ่ง
จะเป็นไปได้หรือไม่? หรือว่าการแบ่งชั้นวรรณะ ซึ่งพบแล้วว่า
ในสมัยนั้นชาวอินเดียซึ่งเป็นทั้งสมณฑูตและชนทุกชั้นยังคงยึดถือเรื่องวรรณะอยู่นั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับพิธีฌาปนกิจศพหรือไม่?
อย่างไรก็ตาม สุสานโบราณ กรุพระร่วงนั่ง บ้านดงเชือก
พระพักตร์ค่อนข้างกลม คล้ายคลึงกับพระร่วงยืนเศียรโต
กรุวัดราชเดชะ สุพรรณบุรี เนื้อตะกั่วสนิมแดงเหมือนกันแต่พุทธลักษณะโดยรวมอ่านออกด้วยว่า
เป็นพระพิมพ์ผสมผสานศิลปะแบบอู่ทอง หรือไม่ก็อยู่ในยุคที่ศิลปะขอมบายนคลี่คลายเข้าร่วมกับศิลปะอโยธยา
แบบที่เรารู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า ศิลปะแบบอู่ทอง
จึงเข้าใจเอาง่ายๆ ว่า พระร่วงนั่ง บ้านดงเชือก อายุไม่ถึงสมัยลพบุรียุคต้น
แม้จะทรงเครื่องทรงราชาภรณ์ แต่การห่มจีวรในแบบห่มคลุมและห่มเฉียงในองค์เดียวกัน
สอง แบบ นั้น แสดงว่าอยู่ในยุคที่พุทธมหายานกับฝ่ายหินยานปรองดองกันอยู่อย่างค่อนข้างสับสน
|