|
นอกจากรูปองค์พระพุทธเจ้าแล้วยังมีรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร
หรือ โลเกศวรอยู่ด้วย คาถา เย ธมมา ที่จารึกเป็นภาษาสันสกฤตอย่างเดียว
ไม่มีภาษาบาลีเลย ข้อนี้ทำให้น่าเชื่อว่า สัตบุรุษผู้สร้างพระพิมพ์ชนิดนี้
นับถือลัทธิฝ่ายมหายานเป็นแน่แท้ เพราะอาณาจักรศรีวิชัย
ซึ่งราชธานีอยู่ที่เมืองปาเล็มบัง ในเกาะสุมาตรานั้นเมื่อ
พ.ศ.1150 - 1750 ได้แผ่อาณาเขตไปถึงฝั่งบนแหลมมลายูและทางทิศเหนือ
จนถึงเมืองไชยา จนถึงเมืองไชยา รูปพระโพธิสัตว์อันสวยงาม
ซึ่งพระเจ้าบรมวงศ์เธอสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้พบที่เมืองไชยานี้
เป็นฝีมือช่างอันวิจิตรของอาณาจักรศรีวิชัย และพระพิมพ์แบบนี้ก็เห็นจะเป็นฝีมืออย่างดีที่สุดของอาณาจักรนั้นเป็นส่วนมากเหมือนกัน
ยังมีมูลเหตุแห่งความจริงอีกอย่างหนึ่ง
ซึ่งทำให้อาจกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างพระพิมพ์เหล่านี้และอาณาจักรศรีวิชัยได้
และทำให้อาจกะสมัยของพระพิมพ์เหล่านี้ได้พบด้วยว่า อยู่ในระหว่าง
พ.ศ. 1450-1550 คือพระพิมพ์เหล่านี้ใช้อักษรนาครีอันเป็นอักษรของของอินเดียฝ่ายเหนือ
สำหรับจารึก คาถาเย ธมมา เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าในระหว่าง
พ.ศ. 1250-1450 ได้มีพระสงฆ์ของพวกอินเดียวฝ่ายเหนือ
พากันไปสอนศาสนายังเมือง มัทราส ชวา และ เขมรหลายครา
พวกพระเหล่านี้ของอินเดียฝ่ายเหนือไปใช้หนังสือของพวกพระเหล่านี้อยู่พักหนึ่ง
แต่ภายหลังก็คงกลับมาใช้อักษรของอินเดียฝ่ายใต้
ซึ่งได้ใช้อยู่แต่เดิมมานั้นอีก อาณาจักรศรีวิชัยเป็นย่านกลางที่พวกอินเดียฝ่ายเหนือพักก่อนที่จะไปเมืองเหนือและเกาะอื่นๆ
ฉะนั้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าอาณาจักรศรีวิชัยจะไม่ได้นำนำอักษรอินเดียฝ่ายเหนือไปใช้ด้วย
จารึกภาษาสันสกฤตที่เมืองกาลาสันในเกาะชวา (พ.ศ.1321)
ซึ่งเป็นอักษรนาครีนั้น ปรากฎอยู่ในพระราชโองการของพระเจ้าแผ่นดินราชวงศ์ไศลเลนทรซึ่งเป็นราชวงค์ที่ได้ปกครองเมืองศรีวิชัยอยู่ในขณะนั้น
อักษรนาครีที่ใช้กันอยู่ในเมืองชวาเมื่อ
พ.ศ. 1300-1350 นั้น ยังได้ใช้ในประเทศเขมรเมื่อ พ.ศ.1400-1450
อนึ่ง ยังมีพระพิมพ์ที่จารึกภาษาสันสฤตด้วย อักษรนาครีสมัย
พ.ศ. 1400-1650 อยู่ในประเทศพม่าอีก เพราะฉะนั้น ก็มีเหตุผลเพียงพอที่จะลงความเห็นว่า
พระพิมพ์ของแหลมมลายูนั้นอยู่ในสมัย พ.ศ. 1450-1550
|