พระขุนไกร กรุวัดพระรูป จังหวัดสุพรรณบุรี
โดย..สุรพล โศภิตกุล

เอกลักษณะประการหนึ่งของพระเครื่องอันหลากหลายพิมพ์ทรง ที่ขุดพบได้ในเมืองสุพรรณบุรี ส่วนมากมีชื่อเสียงเรียกขานพิมพ์ทรงพระเครื่องนั้น ตามชื่อตัวละครในวรรณคดีไทยเรื่อง"ขุนช้าง ขุนแผน"

จึงไม่ว่าจะเป็น" พระขุนแผน" แห่งวัดบ้านกร่าง หรือ "พลายเดี่ยว" และ "พลายคู่ จากกรุวัดเดียวกัน แต่หากยังมีพระเครื่องอันหลากหลายไม่ว่าจะเป็น พระพันวษา, พระขุนไกร,พระพลายงาม, พระปรกพลายชุมพล หรือ "พระยุ่ง"ที่มีชื่อเรียกขานพิมพ์ทรงอีกชื่อหนึ่งว่า"พระกุมารทอง"

นอกเหนือไปจาก"พระขุนแผน"ที่มีอีกหลายพิมพ์ทรง และหลายกรุ

กล่าวสำหรับ"พระขุนไกร" เป็นพระอีกพิมพ์หนึ่ง ซึ่งพบจากกรุวัดพระรูปและอีกหลายกรุในจังหวัดสุพรรณบุรี ไม่ว่าจะเป็นวัดละคร วัดพลายชุมพล วัดศรีรัตนมหาธาตุฯลฯ ตลอดจนในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก็ยังการพบพระ"พระขุนไกร" เช่นเดียวกัน

"ขุนไกร"ในเสภาเรื่อง "ขุนช้าง ขุนแผน" คือบิดาของ "ขุนแผน" ซึ่งต้องโทษประหารชีวิตจากเหตุที่ฆ่าฝูงควายป่าที่เตลิดตกใจเกรงจะเป็นอันตรายต่อพระพันวษา ซึ่งเสด็จประพาสเมืองสุพรรณบุรีเพื่อไล่ล่าควายป่า แต่ พระพันวษาเข้าพระทัยว่า"ขุนไกรพลพ่าย"บิดาของ"ขุนแผน" ทำการหมิ่นพระองค์ จึงต้องโทษประหารชีวิต

"ครานั้นพระองค์ผู้ทรงฤทธิ์ กริ้วโกรธตะละพิษเพลิงไหม้
ดั่งลมกาลพานพัดขัดพระทัย จึงขานไขพระสุรเสียงประเปรี้ยง
เหม่ เหม่ ดูดู๋อ้ายขุนไกร แทงกระบือน้อยใหญ่เสียนักหนา
แกล้งแทงเล่นกูเห็นอยู่กับตา จนแตกหนีเข้าป่าพนาลัย
เหวย เหวย เร่งเร็วเพชฌฆาต ฟันให้หัวขาดไม่เลี้ยงได้
เสียบใส่ขาหยั่งขึ้นถ่างไว้ ริบสมบัติข้าไทอย่าได้ช้า
ฝ่ายเพชฌฆาตอาจองค์ รับสั่งแล้วตรงเข้าฉุดคร่า
ได้ตัวขุนไกรมัดไพล่มา ตอกหลักแล้วว่าให้ก้มลง"

นักสะสมพระเครื่องรุ่นเก่าๆที่เรียกขานชื่อพิมพ์ทรงพระเครื่องเมื่อครั้งพบพระใหม่ๆ นั้นดูเหมือนจะตั้งชื่อพระเครื่องในจังหวัดสุพรรณบุรีได้อย่างเหมาะเจาะทีเดียว แม้บางครั้งชื่อของพิมพ์ทรงพระ จะนำมาซึ่งความเชื่อความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนไปบ้าง โดยเฉพาะใน" พระขุนแผน" ที่เชื่อว่ามีพุทธคุณไปในแนวทางเดียวกับ"ขุนแผน" ในวรรณคดี

"ขุนไกร" เป็นหนึ่งในพระเครื่องเมืองสุพรรณ จัดเป็นพระเครื่องในตับชุดวรรณคดี โดยได้พบครั้งแรกจากกรุวัดพระรูป ซึ่งเป็นวัดหนึ่งใน อ.เมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีนตอนกลาง ฝั่งขวาตรงกันข้ามกับตลาดเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี เป็นวัดโบราณที่สร้างขึ้นในสมัยอู่ทองตอนปลาย มีนักโบราณคดีบางท่านกล่าวว่า อาจเป็นวัดเก่าแก่ที่ถึงสมัยทวารวดี

โบราณวัตถุ และโบราณสถานที่พบในวัดพระรูป ที่สำคัญคือ พระพุทธรูปไสยาสน์ความยาวจากเกศถึงพระบาท 13 เมตร พระพุทธรูปเนื้อหินทราย หน้าตักกว้าง1.50 เมตร พระเจดีย์ฐานเหลี่ยม พระพุทธบาทจำลองสร้างด้วยไม้ ระฆังหิน เป็นต้น

ศิลปของพระขุนไกรน่าจะอยู่ในยุคอยุธยาตอนต้น พอๆกับพระขุนแผน หรืออาจเป็นการสร้างคราวเดียวกันกับพระขุนแผนก็ได้ คาดว่ามีอายุอยู่ในราว 500 ปี เป็นอย่างสูง

ส่วนในรายละเอียด"พระขุนไกร" มีดังนี้

"พระขุนไกร" อาจจะมีขนาดองค์พระที่ค่อนข้างใหญ่บ้าง กล่าวคือมีขนาดกว้างประมาณ3.4 เซนติเมตรเป็นพระเครื่องเนื้อดินเผา มีความแกร่งและหนึกนุ่ม

พุทธลักษณะด้านหน้า เป็นรูปองค์พระพุทธรูปปฏิมากรปางมารวิชัย ขัดสมาธิเพชรภายในเส้นมน ซึ่งเป็นเส้นซุ้มรอบองค์พระเครื่อง พระพักตร์องค์พระเรียวยาวลงมารับกับพระศอ(คอ) พระกรรณ(หู) ยาวสอบลงมาอยู่ในระดับพระศอ

พระพาหา(แขน) ด้านขวาทอดยาวลงมาอ่อนช้อย จับที่พระชานุ(เข่า) ส่วนพระพาหาซ้าย ทิ้งลงมาแล้วหักศอก วางลงบนพระเพลา(ตัก) พระอังสา(บ่า) ผึ่งผายรับกับพระอุระ ส่วนพระเกศมีลักษณะคล้ายสถูปเจดีย์

ในด้านหลังองค์พระมีลักษณะอูมนูนเล็กน้อย

พระขุนไกร วัดพระรูป สามารถแงพิมพ์ทรงได้ 2 แบบ คือ แบบหน้าเล็ก และแบบหน้าใหญ่ โดยมีความแตกต่างกันตรงขนาดของพระพักตร์ เนื้อพระมีสีแดงคล้ายสีกระเบื้อง คือแดงอ่อน แดงแก่ และแดงปนน้ำตาล ไม่มีสีขาว ดำและเขียว เนื้อพระจะมีเม็ดทรายสีดำ ขาวแดงปนอยู่ในเนื้อเป็นจำนวนมาก แต่เป็นทรายเม็ดเล็กกว่าเม็ดทรายของพระขุนแผนหรือพระชุดกิมตึ๋ง

และยังมี"พระขุนไกร" จากกรุอื่นๆอีกซึ่งเป็น" "พระขุนไกร พิมพ์ปรกโพธิ์ และอีกพิมพ์หนึ่งมีเส้นประภามณฑลรอบพระเศียร ซึ่งทั้งสองพิมพ์นี้เป็นของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา


[ พระบูชา ][ พระกรุ] [ พระเกจิฯ ] [ เหรียญ ] [ เครื่องราง ] [ พระแท้แปลกตา ] [ พระใหม่มาแรง ]
[ ไฮไลทฺ์ ] [ สรรพสาระ ] [ วิเคราะห์สถานการณ์ ]
[ Amulet Gallery ] [ เวบบอร์ด ]

กลับไปหน้าแรก


Copyright(c) 2002 by saranugrompra.com
presented by saranugrompra@yahoo.com