|
ในบรรดาเหรียญต่าง ๆ ที่สร้างขึ้นมาในประเทศไทยนั้น
มีหลายเหรียญทีเดียวครับที่มีประวัติการสร้างคลุมเครือไม่ชัดเจนว่าเป็นของสำนักใดกันแน่ที่สร้างขึ้นมา?
หากเป็นเหรียญเก่า ๆ วงการก็ให้ความนิยมเล่นหากันพอสมควร
เพียงแต่ว่าการเล่นหาอาจจะสับสนกันบ้าง การเล่นหาจึงอาจจะเป็นการสันนิษฐาน
หรือหาวัดให้กันเอาเอง
เพราะเหตุนี้
เหรียญบางเหรียญหรืออาจจะหลาย ๆ เหรียญก็ได้ที่มีปัญหาในการเล่นสับสนผิดวัดผิดอาจารย์
เพราะประวัติความเป็นมาไม่ชัดเจน แม้ว่าบางเหรียญอาจจะมีการค้นพบประวัติที่ชัดเจนแน่นอนทีหลังแล้ว
แต่วงการก็ยังดันทุรังเล่นผิดวัดเหมือนเดิมกันต่อไปอีก
ปัญหาแบบนี้หากไม่มีการแก้ไขให้กระจ่างขึ้น ความสับสนแบบนี้ก็คงจะมีต่อไปยังคนรุ่นหลัง
ๆ ไม่มีวันจบสิ้น
สำหรับ "เหรียญฤาษีเบิกไพร"
เหรียญนี้ก็เช่นกัน คิดว่าคนที่เข้ามาเล่นพระหลาย ๆ
ปีแล้วจะเคยเห็นผ่านสายตามาแล้ว เหรียญนี้มีปัญหาสับสนอยู่มากทีเดียวว่าเป็นของสำนักไหนกันแน่?
บ้างก็สันนิษฐานต่างๆกันไป แต่ดูจากศิลปะการแกะรายละเอียดของเหรียญแบบที่เรียกว่า
"นูนต่ำ" และความแห้งของเนื้อโลหะแล้ว เหรียญนี้ต้องมีอายุการสร้างมาแล้วอย่างน้อย
ๆ ก็ไม่น่าจะต่ำกว่า 50-60 ปี จากความแปลกพิสดารไปจากเหรียญคุณพระอีกหลาย
ๆ เหรียญ ความสวยงามของการแกะรายละเอียดและอายุความเก่า
เหรียญนี้จึงน่าที่จะมีราคาค่านิยมในการเล่นหาที่ค่อนข้างสูง
แต่เพราะประวัติไม่ค่อยชัดเจน ความนิยมจึงไม่สูงเท่าที่ควร
ดูเหมือนว่าราคาในการเล่นหาโดยทั่ว ๆ ไปจะอยู่ในหลักพันกว่า
ๆ หรือ 2-3 พันบาทเท่านั้น
แรกเริ่มเดิมทีนั้นกล่าวกันว่าเหรียญฤาษีเบิกไพรรุ่นนี้
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงโปรดให้สร้างเพื่อพระราชทานแก่ทหารไทยที่อาสาไปรบในสงครามโลกครั้งที่
1 ที่ทวีปยุโรป ปีที่สร้างก็ประมาณ พ.ศ.2461-62 แต่ถ้าจะมาวิเคราะห์กันแล้วหากว่าเหรียญนี้สร้างโดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจริงแล้วเหรียญนี้ประวัติย่อมจะไม่คลุมเครือจึงทำให้หลาย
ๆ คนเกิดความสงสัยว่าเป็นเหรียญที่พระองค์ทรงสร้างเพื่อพระราชทานแก่บรรดาทหารที่ไปร่วมสงครามโลกครั้งที่
1 จริงหรือเปล่า?
ตอนแรกก็มีความเชื่อกันว่าเหรียญนี้พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวสร้างเพื่อพระราชทานแก่ทหารที่ไปรบในสงครามโลกครั้งที่
1 กันมาก แม้แต่ผมเองก็ยังเชื่อว่าเป็นอย่างนั้น แต่ต่อมาเมื่อได้พิจารณาจากหลาย
ๆ ด้าน รวมทั้งมีผู้บอกว่าเป็นของที่อื่นสร้างจึงเริ่มลังเลสงสัยเข้าเหมือนกัน
ต่อมาก็มีผู้ให้ข้อมูลใหม่ว่าเหรียญฤาษีเบิกไพรรุ่นนี้สร้างที่
"โบสถ์พราหมณ์" เสาชิงช้า กทม. ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเหรียญนี้จะสร้างโดยโบสถ์พราหมณ์
เสาชิงช้าจริงหรือเปล่า? แต่เขาให้เหตุผลว่าเพราะด้านหลังเป็นรูปฤาษี
ซึ่งมักจะเกี่ยวกับลัทธิทางศาสนาพราหมณ์ แม้จะมีรูปสมเด็จพระพุทธองค์ด้านหน้า
แต่ระหว่างพระพุทธศาสนา และศาสนาพราหมณ์ภายหลังมานี้แทบจะแยกกันไม่ออกหรือการที่เขาบอกว่าเหรียญฤาษีเบิกไพรรุ่นนี้สร้างที่โบสถ์พราหมหณ์เสาชิงช้า
บางทีเขาอาจจะมีหลักฐานบางประการยืนยันเป็นหลักฐานก็ได้
ฟังเหตุว่าเหรียญฤาษีเบิกไพรรุ่นนี้สร้างที่โบสถ์พราหมณ์
เสาชิงช้า ผมก็เริ่มชักจะเอนเอียงมาเชื่อทางด้านนี้เข้าอีก
แต่ก็พอดีระยะหลัง ๆ มานี้เขาบอกว่าเหรียญนี้ไม่ได้สร้างที่โบสถ์พราหมณ์อีกแล้วครับ
มาคราวนี้เขาบอกว่าเหรียญฤาษีเบิกไพรรุ่นนี้สร้างที่
"วัดบวรนิเวศวิหาร" เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2480
กว่า ๆ ผมเองก็แค่รับฟังมาเท่านั้น เมื่อเขาบอกว่าที่ไหนสร้างก็ฟัง
ๆ เอาไว้ก่อน แต่หลักฐานจริง ๆ ที่เป็นบันทึกรายละเอียดของการสร้างนั้นผมก็ไม่เคยเห็นสักทีเพียงแต่ได้รับฟังเขามาทั้งนั้นแหละครับ
จนบัดนี้
ผมก็ยังไม่ทราบเป็นที่แน่นอนสักทีว่าเหรียญฤาษีเบิกไพรรุ่นนี้สร้างโดยสำนักไหนกันแน่?
ที่กล่าวมาทั้ง 3 แห่ง อาจจะมีแห่งใดแห่งหนึ่งที่สร้าง
แต่ก็อาจจะไม่ใช่ทั้ง 3 แห่งเลยก็ได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้น
หากใครทราบแน่ชัดมีหลักฐานแน่นอนก็โปรดได้เปิดเผยข้อมูลออกมาบ้างเถอะครับเพื่อเป็นวิทยาทานและเพื่อให้การเล่นหามีความถูกต้องชัดเจนกว่าที่แล้ว
ๆ มา เพราะเหรียญนี้เมื่อมองกันในหลาย ๆ ด้านก็มีความน่าสนใจมาก
น่าสนใจกว่าเหรียญใหม่ ๆ อีกหลาย ๆ เหรียญทีเดียวครับ
เหรียญฤาษีเบิกไพรรุ่นนี้มีศิลปะการออกแบบแปลกประหลาดพิสดารกว่าเหรียญอื่น
ๆ ทั่วไปหลายเหรียญ มีลักษณะดังนี้
เป็นเหรียญรูปไข่หูในตัว เนื้อทองฝาบาตร ขนาดของเหรียญค่อนข้างบางและแกะลายละเอียดแบบนูนต่ำแบบเหรียญเก่า
ๆ ทั่ว ๆ ไปด้านหน้าเป็นรูปสมเด็จพระพุทธองค์ในท่าปางยืนประทานพรยกพระหัตถ์ซ้ายเสมอพระอุระ
พระหัตถ์ขวางวางขนานแนบกับลำพระวรกายแต่แปลกกว่าปางอื่น
ๆ ตรงที่ยกพระบาทด้านซ้ายขึ้นเหมือนพระอิริยาบทจะกระทืบลงไปบนพื้นแลดูเหมือนการขู่หรือห้ามปราม
ซึ่งแปลกไปจากปางอื่น ๆ ที่เราเคย ๆ เห็นมา มีรัศมีหรือแสงฉัพพรรณรังสีรอบพระองค์ไปจรดขอบเหรียญด้านใน
ส่วนด้านหลังเป็นรูปฤาษีนั่งยอง ๆ ยกมือพนมเหนือศีรษะในกิริยาอาการทำพิธีเบิกไพรหรือเปิดป่า
นอกนั้นก็ไม่ปรากฏตัวหนังสือหรืออักขระอื่นใดเลย
จากรายละเอียดของเหรียญทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ก็นับว่าเหรียญฤาษีเบิกไพรรุ่นนี้มีคุณค่าไม่เพียงแค่การเก็บสะสมเท่านั้น
แต่ยังมีคุณค่าต่อการศึกษาด้วย คือ จากพระอิริยาบถของสมเด็จพระพุทธองค์ด้านหน้าของเหรียญที่อยู่ในลักษณะยกพระบาทด้ายซ้ายขึ้นมาเหมือนกับว่าจะเป็นการขู่หรือห้ามนั้น
เจตนาของผู้สร้างน่าจะให้เหรียญนี้มีคุณวิเศษไปในทางด้านการคุ้มครองอันตรายและมหาอำนาจโดยเฉพาะแบบ
"การตัดไม้ข่มนาม"
ส่วนด้านหลังที่ทำเป็นรูปพระฤาษีทำพิธีเบิกไพรนั้นเหมือนกับเป็นการบอกกล่าวขอความคุ้มครองจากเทพยดาในการเดินทาง
ซึ่งพิธีเบิกไพรนี้แต่ก่อนเมื่อจะเดินทางหรือโดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินทางข้าป่าผ่านป่านั้นจะต้องมีการทำพิธีเบิกไพรบอกกล่าวแก่
เจ้าที่ เจ้าทาง เจ้าป่า และเทพยดาทั่ว ๆ เพื่อให้รับรู้และขอความคุ้มครองให้ปราศจากอันตราย
พิธีเบิกไพรถือเป็นพิธีกรรมทางไสยศาสตร์อย่างหนึ่งที่นิยมปฏิบัติกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ
แม้แต่การจะยกทัพออกศึกแม่ทัพก็จะต้องให้พราหมณ์ผู้มีความรู้ทางพิธีกรรมและไสยศาสตร์มาทำพิธีเบิกไพรก่อนเพื่อเป็นการบำรุงขวัญกำลังใจแก่ทหาร
และคุ้มครองอันตรายในการไปรบสงครามทุกครั้ง หรือพวกพรานป่าที่มีอาชีพในการเข้าป่าหาของป่ามาเลี้ยงชีพนั้น
หากเป็นพรานรุ่นเก่า ๆ ที่ยึดถือธรรมเนียมการปฏิบัติของการเข้าป่าแล้ว
ก่อนที่จะเข้าป่าก็จะต้องทำพิธีเบิกไพรก่อนทุกครั้งเหมือนกัน
จากศิลปะ รายละเอียดและความหมายของเหรียญฤาษีเบิกไพรทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
แม้ว่าจะไม่มีประวัติการสร้างที่ชัดเจนเท่าไหร่ แต่อย่างน้อย
ๆ ก็น่าจะมองถึงวัตถุประสงค์ของผู้สร้างเหรียญได้ออกว่าเหรียญนี้มีวัตถุประสงค์ในการสร้างเพื่อนำไปใช้ในการหวังผลทางอำนวยความคุ้มครองอันตรายโดยเฉพาะ
และก็น่าที่จะเป็นเหรียญที่สร้างเพื่อแจกทหารที่ไปรบสงครามด้วย
แต่จะเป็นการสร้างโดยใคร? และสร้างเมื่อไหร่นั้น? ยังไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนและก็มีผู้สันทัดกรณีหลายคนที่ได้ให้เหตุผลแบบนี้
และก็สันนิษฐานกันว่าเหรียญฤาษีเบิกไพรรุ่นนี้ใครจะสร้างก็ตาม
แต่ก็น่าจะมาทำพิธีปลุกเสกกันที่โบสถ์พราหมณ์เพราะดูรายละเอียดของเหรียญหลาย
ๆ อย่างแล้วจะหนักไปทางลัทธิศาสนาพรามหณ์มากกว่าพระพุทธศาสนา
เพราะแม้แต่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทางลัทธิศาสนาพราหมณ์ก็ยังบอกว่าเป็นปางหนึ่งของพระนารายณ์
เหรียญฤาษีเบิกไพรรุ่นนี้เป็นที่รู้จักเล่นหาในวงการพระเครื่องมาช้านานแล้ว
ปัจจุบันก็มีของเก๊ทำเลียนแบบออกมามากเหลือเกิน ขอให้สังเกตว่าของเก๊นั้นหากยกมาดูด้วยตาเปล่าก็จะเห็นว่าเหรียญมีลักษณะบวมนิด
ๆ และจุดที่เห็นชัดอีกจุดหนึ่งก็คือ เหรียญเก๊ที่สร้างขึ้นมาทีหลังนั้น
เมื่อพลิกดูขอบด้านข้างของเหรียญแล้วจะมีขนาดหนากว่าเหรียญแท้
คือเหรียญเก๊ขนาดของเหรียญหนา แต่เหรียญแท้ขนาดของเหรียญบางครับ
เขียนมาจนถึงตอนสุดท้ายแล้ว
ก็คิดว่าท่านผู้อ่านอีกหลาย ๆ คนแน่เลยที่เกิดความสนใจเหรียญฤาษีเบิกไพรรุ่นนี้ขึ้นมาทันที
ก็คงไม่เป็นเรื่องที่แปลกหรอกครับ เพราะเหรียญนี้มีคุณค่าความน่าสนใจมากกว่าที่เราคิด
ๆ เอาไว้อย่างคาดไม่ถึงเลยจริง ๆ
|