|
ในการพบพระกรุนี้จะมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นเสมอเล่ากันว่าในการพบครั้งที่
1 ตรงกับกรณีพิพาทกับฝรั่งเศส ครั้งที่ 2 ตรงกับสงครามโลกครั้งที่
2 เป็นต้น ทำให้ผู้ที่มีพระเครื่องกรุนี้อยู่ในครอบครองต่างเชื่อมั่นในอภินิหารต่างๆ
เช่น นำติดตัวไปในสมรภูมิชายแดนด้านจันทบุรีและการแคล้วคลาดจากภัยทางอากาศในสมัยสงครามโลกครั้งที่
2 เฉพาะเรื่องแคล้วคลาดนั้นถือว่าเป็นเยี่ยม
เท่าที่หลักฐานปรากฏก็คือเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2506
ซึ่งเป็นวันที่ทางวัดจัดให้มีการวางศิลาฤกษ์พระอุโบสถที่กำลังสร้างใหม่จึงได้ทูลอาราธนา
สมเด็จพระสังฆราชญาโณทยมหาเถระ (อยู่ ญาโนทัย) วัดสระเกศ
มาเป็นประธานฝ่ายบรรพชิตและได้เชิญ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์
นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้นมาเป็นประธานวางศิลาฤกษ์
หลังจากเสร็จพิธีแล้ว พระมหารัชมังคลาจารย์เจ้าอาวาสได้มอบพระเครื่องที่ได้จากกรุจำนวน
9 องค์ 9 พิมพ์ทรง เพื่อเป็นที่ระลึก แด่ ฯพณฯ จอมพลสฤษดิ์
ธนะรัชต์ เมื่อจอมพลสฤษดิ์ได้รับพระมาพิจารณาแล้วจึงได้
เล่าให้กับท่านเจ้าอาวาสฟังว่า พระเครื่องของวัดเกาะพิมพ์แบบนี้สมัยเมื่อเป็นทหารสมัยสงครามอินโดจีนได้มาเข้าแถวรับจากทางวัดเมื่อนำไปใช้นับว่ามีอภินิหารในทางแคล้วคลาดคุ้มครองดีนักแม้เข้าที่คับขันก็สามารถฟันฝ่าอันตรายหนีกระสุนปืนกลับมาได้
ถึงอย่างไรก็ตามพระกรุวัดเกาะก็จัดว่าเป็นพระของดีราคาถูกที่บรรดาเซียนมองข้ามไป
จึงเป็นโอกาสที่ดีที่เราๆ ท่านๆ ประเภทเบี้ยน้อย หอยไม่น้อยจะได้เช่าเก็บไม่ยาก
เพราะว่าในปัจจุบันยังมีให้เลือกหาอยู่ตามสนามทั่วๆ
ไป ไม่แน่นักนะครับ หากข้อเขียนนี้ตีพิมพ์ออกไป อาจจะมีของ
เก๊เกลื่อนตา ของแท้ถูกผู้รู้เก็บเข้ารังเสียหมดแล้วก็ได้ใครจะไปรู้ใช่ไหมเพ่
ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นความหวังดีของนักนิยมสะสมคนหนึ่งที่หวังอยากเห็นความเจริญความก้าวหน้าและความถูกต้องของวงการพระเครื่องในยุคปัจจุบัน
ที่หลายฝ่ายต่างมุ่งมั่นทีจะให้เป็นบรรทัดฐานเพื่อจรรโลงให้เป็นมรดกชาติสืบไปในอนาคต
ข้อเขียนนี้เป็นการติเพื่อก่อล่อเพื่ออยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงถ้าไม่เชื่อโปรดดูภาพเปรียบเทียบของพระทั้ง
2 วัด ที่นำเสนอไว้ แต่ละพิมพ์ มิได้เหมือนกันทุกประการอย่างที่เข้าใจกันเพียงแต่คล้ายๆ
กันเท่านั้นเอง เรายังมีเรื่องทำนองนี้ที่จะนำมาเสนออีกต่อไปอีกหลายเรื่อง
ว่างๆ จะเก็บมาเล่าให้ฟัง เอ๊ย เขียนให้อ่านอีกในตอนต่อๆ
ไป
ทั้งพระวัดเลียบและวัดเกาะได้ดำเนินมาถึงบทสุดท้าย
คงจะมิต้องบรรยายสรรพคุณอะไรต่างๆ อีกต่อไป สมญานามที่นักนิยมสะสมพระเครื่องรุ่นเก่าที่มอบให้แก่พระกรุทั้ง
2 กรุนี้คือ พระรอดเมืองใต้ และ ท่ากระดานลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา
คงมิได้ตั้งเล่นโก้ๆ ถ้าไม่มีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์ประจักษ์ตามหลักฐานที่ปรากฏดังเช่นระเบิดที่ทิ้งลงมาทางอากาศ
ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ทุกสิ่งพินาศราบเลียบเป็นหน้ากลอง
เหลือแต่พระประธานที่มีชื่อเรียกว่า พระเทพนิมิต ซึ่งมีหน้าตักกว้าง
4 ศอก เพียงองค์เดียวเท่านั้นที่ไม่พังหรือชำรุดเสียหายแต่อย่างใด
ลองนึกดูเอาเองก็แล้วกันว่าศักดิ์สิทธ์ขนาดไหน ส่วนพระวัดเกาะก็เหมือนกัน
ถ้าพุทธคุณไม่เด่นดังหรือไม่แน่จริง ผู้นำประเทศในยุคที่
ข้าพเจ้าขอรับผิดชอบเองแต่ผู้เดียว จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์
ท่านคงจะไม่เอ่ยปากบอกเล่ากับท่านเจ้าอาวาสและได้มีนักเขียนสารคดีพระเครื่องนำไปตีพิมพ์ใน
นสพ.รายวันในยุคกระโน้นมาแล้ว ขอให้ทุกท่านที่หวังจะเก็บสะสมพระเครื่องทั้ง
2 กรุจงโชคดีมีอย่าได้มีของเก๊มาแผ้วพานของแท้นั้นเป็นพระชินเงิน
มีรอยระเบิด ปริ ประทุเช่นเดียวกันกับพระกรุเก่าที่เป็นชินเงินทั้งหลายแหล่
นอกจากนั้น ณ วัดเกาะ(วัดสัมพันธวงศ์) แห่งนี้ ยังมียอดพระเกจิอาจารย์ที่น่าศรัทธาในจริยวัตรและเพียบพร้อมไปด้วยพุทธคุณอุดมไปด้วยบริสุทธิ์ศีล
จนคุณแม่อุบาสิกาบุญเรือน โตงบุญเติมถวายตัวเป็นศิษย์และร่วมสร้าง
พระพุทธโธน้อย ซึ่งดังกระหึ่มทั่ววงการเป็นที่โจทย์ขานกันเมื่อประมาณ
10 ปี ที่แล้วจนถึงปัจจุบัน นั่นคือ พระเดชพระคุณท่านเจ้าพระคุณพระมหารัชมังคลาจารย์
ยอดพระคณาจารย์ที่อยู่ในหัวใจของชาวระยององค์หนึ่ง คงไม่นานเกินรอที่เราจำนำเสนอเพื่อผ่าวงการต่อไป
อย่าพึ่งทอดทิ้งไปก่อนก็แล้วกัน สวัสดี
|