|
อภินิหารความศักดิ์สิทธิ์เครื่องรางของขลังของหลวงพ่อ
จากคำบอกเล่าของนายแป้นๆ ในสมัยที่ยังทำเรือประมงอยู่เล่าว่าในขณะที่อยู่ในทะเลมีลูกเรือถูกงูเห่าทะเลกัดอาการเพียบเต็มที่
ยาก็ไม่มีรักษา นายแป้นฯ นึกถึงลูกอมของท่านที่นำติดตัวไปขึ้นมาได้
จึงอาราธนาระลึกถึงท่านหย่อนลงไปในขันน้ำปรากฏว่าแตกออกเป็น
๓ เสี่ยง และได้เอาน้ำในขันนั้นให้ลูกเรือรับประทาน
ปรากฏว่าในไม่ช้าก็หายสำหรับเรื่องลูกอมแตกนั้นผู้เขียนฟังคำบอกเล่าในขั้นแรกยังสงสัยไม่ค่อยเชื่อนัก
แต่เมื่อได้นำออกมาให้ดูปรากฏว่าแตกเป็น ๓ เสี่ยงจริง
ๆ นับเป็นสิ่งอัศจรรย์มาก
ในสงครามอินโดจีนมีท่านผู้หนึ่งจะต้องไปสงครามอยากได้เครื่องรางของท่านแต่ไม่กล้ามาขอเพราะท่านเป็นคนดุพอสมควรแก่เหตุและผล
เลยจ้างให้ศิษย์วัดขโมยมาให้ศิษย์วัดผู้นั้นก็นำก้อนกรวดเล็ก
ๆ ที่ท่านใส่ไว้ในกระถางน้ำมนต์บนหอสวดมนต์ไปให้
จึงได้นำติดตัวไป ในขณะที่อยู่ในแนวหน้ากับเพื่อน
ๆ อีกกลุ่มหนึ่ง ปรากฏว่ากระสุนปืนใหญ่จากฝ่ายข้าศึกตกลงมาใกล้
ๆ พอดี เพื่อน ๆ ตายไปหลายคนที่ไม่ตายก็แทบไม่รอด
แต่เจ้าตัวกลับไม่เป็นอะไรเลยเพียงแต่แรงของกระสุนปืนใหญ่นัดนั้นบีบหมวกเหล็กแบนติดกับศีรษะเอาไม่ออกต้องส่งตัวมาตัดในกรุงเทพฯ
สงครามมหาเอเชียบูรพา วัดบางปะกอกได้เป็นที่พักหนีภัยอันตรายของประชาชนมาอยู่เป็นร้อย
ๆ ซึ่ง หลวงพ่อก็ได้ให้ความร่มเย็นโดยทั่วกัน
โดยเฉพาะเจ้าจอมต่าง ๆ ที่อยู่ในรั้วในวังก็พากันมาพึ่งบารมีของท่านหลายต่อหลายคนภัยอันตรายต่าง
ๆ ไม่เคยแผ้วพาลแม้แต่น้อย ทั้ง ๆ ที่วัดอยู่ห่างอู่ต่อเรือของญี่ปุ่นไม่ถึงกิโลเมตร
มองเห็นลูกระเบิดหย่อนลงมาทำลายนับสิบ ๆ ลูก แต่ด้วยบุญบารมีของท่านท่านได้ปัดเป่าภัยอันตรายต่าง
ๆ ที่จะมีแก่ชาวบางปะกอกจนปลอดภัยต่อเหตุการณ์ในครั้งกระนั้น
ยากที่ชาวบางประกอกและผู้ที่มาพึ่งบุญของท่านจะลืมได้
อีกรายหนึ่งที่ผู้เขียนสัมภาษณ์จากปากคำของผู้ประสบเหตุการณ์มาด้วยตนเอง
ท่านผู้นั้นเล่าว่าในตอนหนุ่ม ๆ ชอบไปเที่ยวตามงานวัดย่านใกล้นั้น
วันหนึ่งก่อนออกจากบ้านรู้สึกตัวว่ามีอะไรแปลก
ๆ กว่าทุกครั้งที่เคยไปเที่ยวมา เหมือนมีอะไรดลจิตใจ
จึงกลับไปหยิบผ้ายันต์และลูกอมดำของท่านอาราธนาบอกกล่าวขอความคุ้มครองจากท่านแล้ว
ก็นำติดตัวไปขณะที่ยืนดูลิเกอยู่ในลานวัดนั้น
มีนักเลงในเขตย่านนั้นซึ่งไม่ถูกกันมาก่อนลอบตีที่ศีรษะเต็มเหนี่ยวขณะที่ยืนดูอยู่กับเพื่อน
ๆ ท่านผู้นี้เล่าว่าขณะถูกตีด้วยไม้คมแฝกรู้สึกชานิด
ๆ ชั่วขณะหนึ่งเท่านั้นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้ง
ๆ ที่เพื่อน ๆ และคนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ได้ยินเสียงโพล๊ะดังสนั่น
ขนาดที่ลิเกกำลังแสดงหยุดชะงักการเล่นทันที ผู้คนแตกฮือไปคนละทิศละทาง
ผู้ถูกตีเองกลับไม่รู้สึกอะไรนับเป็นอีกรายหนึ่งที่ผู้เขียนสัมภาษณ์กับผู้ประสบมาด้วยตนเองและท่านผู้เล่าก็ยังมีชีวิตอยู่ในขณะนี้
อีกรายหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ คือเมื่อวันที่
๒๒ สิงหาคม ๒๕๑๔ ท่านผู้นั้นคือ คุณพิทักษ์ กฤตสัมพันธ์
อาจารย์โทของโรงเรียนบางปะกอกวิทยาคม อำเภอราษฎร์บูรณะ
ธนบุรี ได้ประสบมาด้วยตนเองกล่าวคือ เมื่อวันที่
๒๒ ส.ค. ๑๔ เวลาประมาณ ๓ ทุ่มได้โดยสารรถเมล์ประจำทางสาย
๘๖ บางลำพู - พระประแดงเพื่อกลับบ้านขณะที่มาถึงหลังบริษัทข้าวไทย
๓ ท้องที่อำเภอราษฎร์บูรณะได้มีผู้โดยสารคนหนึ่งเกิดวิวาทกับคนขับรถประจำทางคันที่นั่งไป
เหตุเพราะไม่จอดให้ลงตามที่ประสงค์ เมื่อผู้โดยสารคนนั้นได้ลงไปแล้ว
ได้ชักปืนขึ้นมายิงเข้าไปในรถ ๒ นัดซ้อนๆ นัดแรกเข้าที่กลางหลังของคุณพิทักษ์
อีกนัดหนึ่งถูกผู้โดยสารข้างเคียง ขณะที่นัดแรกเจาะเข้ากลางหลังคุณพิทักษ์
เล่าว่ารู้สึกแน่นตื้อขึ้นมาในทันที จึงเอามือคลำดูที่หลังตามสัญชาติญาณเพราะรู้สึกตัวว่าโดนยิงแน่อีกนัดหนึ่งเข้าที่แขนของคนข้างเคียงเลือดโชกออกมานองผู้โดยสารอื่น
ๆ และผู้ประสบเหตุการณ์จึงได้ช่วยกันนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลในทันที
สำหรับคุณพิทักษ์ เมื่อผู้โดยสารอื่นๆ ช่วยกันตรวจดูแล้วไม่เห็นมีบาดแผล
ความตกใจและดีใจที่ไม่เป็นอะไรจึงได้รีบกลับบ้านทันทีและเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ภรรยาและเพื่อนบ้านฟัง
ซึ่งเพื่อนบ้านก็ช่วยกันสำรวจดูบาดแผลที่ถูกยิง
ทว่ายังความแปลกใจให้กับภรรยาและเพื่อนบ้าน ปรากฏว่าเสื้อเชิ้ตชั้นนอกมีรอยไหม้เหลืองๆ
เป็นจุด เมื่อถอดเสื้อชั้นนอกออกที่แผ่นหลังใกล้หัวใจเสื้อยืดชั้นในเป็นรอยบุ๋มลึกเข้าไปในเนื้อแผ่นหลังเกือบ
๑ ซ.ม. จึงได้ช่วยกันถอดเสื้อชั้นใน ออกปรากฏว่ามีรอยช้ำ
ๆ เพียงเล็กน้อยเพราะความแรงของหัวกระสุนปืนลูกปืนมิได้ผ่านแผ่นหลังบาง
ๆ ของคุณพิทักษ์ เข้าไปเลย
ผู้เขียนเขียนจึงได้เรียนถามว่ามีอะไรดีหนังจึงเหนียวนักคุณพิทักษ์
บอกว่าได้บุญพระท่านคุ้มครองพร้อมกับบอกว่ามีลูกอมดำของหลวงพ่อพริ้ง
กับพระเครื่องอื่น ๆ อีก ๒ - ๓ องค์ แต่มั่นใจเหลือเกินว่าหลวงพ่อท่านช่วยแน่
แต่มิใช่ว่าจะลบหลู่พระเครื่องอื่น ๆ ที่กล้ากล่าวเช่นนี้เพราะว่าเรื่องประสบภัยอันตรายนี้มิใช่เป็นครั้งแรก
แต่เป็นครั้งที่สองแล้วและในครั้งแรกก็มีเพียงลูกอมดำของหลวงพ่อเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
อภินิหารเกี่ยวกับเครื่องรางของขลังของท่านเลื่องลือไปไกลในยุคนั้น
นอกเหนือไปชาวชาวจังหวัดพระนครธนบุรี แล้วชาวจังหวัดอื่น
ๆ ก็เป็นลูกศิษย์ลูกหาของท่านมากมาย แม้ในบรรดาพระผู้ใหญ่ชั้นราชาคณะหลายท่านก็เคารพนับถือท่านมาก
ท่านผู้มีอายุหลายท่านเล่าว่า สมเด็จพระสังฆราชแพ
วัดสุทัศน์เทพวราราม ซึ่งรักใคร่ชอบพอกันมาก เมื่อมาหาท่านก็จะกราบหลวงพ่อก่อนทุกครั้ง
และไม่ว่าจะไปเจริญพระพุทธมนต์หรือฉันภัตตาหารที่ใดโดยมีพระชั้นเจ้าคุณไปร่วมด้วย
เมื่อทราบว่ามีท่านเจ้าอาวาสวัดบางประกอกจะไปด้วยจะต้องเว้นที่นั่งเหนือกว่าไว้ให้ท่านแทบทุกแห่งไป
นับเป็นสิ่งน่าอัศจรรย์มาก เพราะท่านเป็นเพียงพระครูเจ้าอาวาสเท่านั้น
ซึ่งเรื่องนี้เป็นที่กล่าวขวัญกันสืบมาจนทุกวันนี้
มีประชาชนรุ่นหลัง ๆ ที่เคารพเลื่อมใสในตัวของหลวงพ่อได้สอบถามกันอยู่เสมอว่าคาถากำกับเครื่องรางของหลวงพ่อมีอะไรบ้าง
ผู้เขียนขอแนะนำว่า นะโมพุทธายะ พระเจ้าห้าพระองค์นั่นแหละครับ
เพราะท่านได้สร้างเหรียญของท่านเองก็มีคำว่า นะโมพุทธายะ
พร้อมกับอาราธนาบอกกล่าวระลึกพระคุณของท่านเป็นไม่ผิดหวังแน่
ๆ
สำหรับของชุดใหม่ที่จัดสร้างขึ้นนั้นก็ปรากฏว่าได้แสดงอภินิหารให้เป็นที่ประจักษ์นับตั้งแต่วันแรกที่เปิดจำหน่าย
ซึ่งผู้เขียนเองได้เป็นผู้ควบคุมการจำหน่ายอยู่
ซึ่งเปิดให้เช่าไปได้สักพัก ปรากฏว่ามีคนแห่กันมาแน่นบริเวณทีให้เช่า
ขอเช่ากันคนละองค์สององค์ก็เป็นของธรรมดา แต่ที่เช่ากันคนละ
๒๐๐ , ๓๐๐ , ถึง ๕๐๐ บาทก็มี ซึ่งยังความแปลกใจให้กับผู้เขียนและกรรมการที่ร่วมให้เช่า
ผู้เขียนเองก็ยังนึกในใจว่าจะรีบเช่ากันไปทำไมคนละสี่ห้าร้อยบาท
มีผู้เช่าไปแล้วนำไปลองยิงด้วยปืนมีคนดูหลายสิบคน
ผลปรากฏว่ายิง ๒ นัดไม่ออก พอหันปืนไปทางอื่นคราวนี้ได้ผลเสียงดังสนั่นต่อหน้าผู้คนที่มุงดู
เลยแห่กันมาเช่ากันคนละหลายร้อยบาทดังที่กล่าวข้างต้น
เป็นเหตุให้ผู้เขียนจำหน่ายเงินขาดไป ๒๕๐ บาท
เพราะดูแลไม่ทั่วถึงทั้ง ๆ ที่มีกรรมการร่วมด้วยหลายคน
นอกจากนี้ยังได้ทราบว่ามีผู้นำไปลองอีกสองสามแห่งผลก็ปรากฏว่าเช่นเดิมทำให้การจำหน่ายแต่ละครั้งเต็มไปด้วยผู้ศรัทธาเลื่อมใสในตัวของหลวงพ่ออย่างน่าปลื้มใจแม้แต่ชนชาวแขกแท้
ๆ ก็ยังมาขอเช่ากันหลายสิบคน
เกี่ยวกับที่มีคนนำไปทดลองด้วยปืนนี้ผู้เขียนไม่ยืนยันเพราะไม่ได้เห็นด้วยตาตนเองแต่ก็ได้ถามจากผู้ที่มาขอเช่าคนหนึ่งซึ่งได้เช่าหลายร้อยบาท
บอกกับผู้เขียนว่าได้ไปยืนดูด้วยตนเองและเห็นกับตา
จึงมีความเลื่อมใสในตัวของหลวงพ่อมาก สำหรับผู้เขียนเองไม่เคยคิดจะลอง
เพราะคิดว่ามีของดีแล้วไม่ควรจะนำมาทดลองไม่เป็นการสมควรจริง
ๆ เราเคารพเลื่อมใสก็อาราธนาบอกล่าวถึงท่านนำติดตัวไป
ก็เกิดพลังใจเป็นที่เชื่อถือได้เพียงพอแล้ว
อีกรายหนึ่งได้ประสบมากับตนเอง คือนายบุญมา
ตรงมณี อยู่หมู่ที่ ๙ อ.ราษฎร์บูรณะ นครหลวงธนบุรี
อาชีพขับรถรับจ้างโดยสารเมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน
๒๕๑๕ นี้เอง นายบุญมาฯ ได้เล่าให้ฟังว่า วันนั้นเป็นวันพุธตื่นเช้าขึ้นมาก็รู้สึกไม่อยากจะไปทำงานจึงกลับไปนอนต่อ
แต่ก็นอนไม่หลับ พอประมาณ ๐๙.๐๐ น. เศษ ไม่รู้จะทำอะไรก็เลยไปออกรถกลับบ้านอีกครั้งหนึ่งเวลาประมาณ
๑๘.๐๐ น. เศษ ตามปกติโดยเช่าบ้านอยู่ในซอยสมบูรณ์ทรัพย์
ขณะที่เดินทางกลับยังไม่ถึงบ้านก็ถูกคนร้ายฟันด้วยมีดที่หัวไหล่ขวาเต็มแรง
จึงเอามือลูบที่โดนฟัน
ปรากฏว่าไม่เป็นอะไรพร้อมกับหมุนตัวกลับก็เห็นคนฟันซึ่งเป็นวัยรุ่นกำลังวิ่งหนี
จึงได้วิ่งตามไป แต่เห็นคนร้ายมีมีดในมือยาวประมาณศอกเศษจึงหยุดไล่เพราะตนเองไม่มีอาวุธมีแต่มือเปล่า
คนร้ายจึงโดดขึ้นรถจักรยานยนต์ซึ่งมีเพื่อนจอดรออยู่หนีไปได้
จึงได้นำความไปแจ้งกับเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจราษฎร์บูรณะ
เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจดูไม่มีบาดแผลเป็นเพียงรอยขีดเล็ก
ๆ เป็นยางบอนเท่านั้น จึงได้ถามนายบุญมา จึงนึกขึ้นมาได้จึงหยิบซองใส่พระและผ้ายันต์ขึ้นมาให้เจ้าหน้าที่ดู
ปรากฏว่าผ้ายันต์นั้นเป็นของอาจารย์อื่น ๒ ผืน
เป็นผ้ายันต์ทางเมตตามหานิยม อีกอย่างหนึ่งคือพระพิมพ์ผง
๒ หน้า หลวงพ่อพริ้งที่จัดสร้างขึ้นใหม่เมื่อเร็ว
ๆ นี้ แต่ทว่าพระพิมพ์หลวงพ่อพริ้งใต้ฐานหัก ยังความแปลกใจให้กับเจ้าของและเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างมากว่าทำไมถึงหักได้ซึ่งนายบุญมาฯ
ยืนยันว่าไม่เคยทำตกและก็เก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อตลอดเวลา
พร้อมกับบอกว่าหลวงปู่พริ้ง ท่านช่วยชีวิตผมไว้แน่
ๆ เพราะเหตุว่าตนเองมีอาชีพขับรถรับจ้างก็หาของทางเมตตามหานิยมเท่านั้น
สำหรับหลวงพ่อพริ้ง ได้มาก็เนื่องจากพรรคพวกเขาแบ่งให้
จึงแลกไปคนละองค์ พร้อมกับบอกว่าหลวงปู่พริ้งก็ไม่เคยรู้จักเคยได้ยินแต่ชื่อเท่านั้น
และก็ไม่ได้หาเช่าไว้เพราะเป็นคนต่างจังหวัด อีกประการหนึ่งหลวงพ่อพริ้งก็มรณภาพไปนานแล้วด้วยจึงไม่ได้ยินชื่อเสียงและกิตศัพท์ของท่านนัก
พร้อมทั้งยืนยันว่าองค์นี้จะต้องนำไปต่อให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยเพราะท่านช่วยชีวิตผมไว้
นายบุญมา เล่าให้ฟังว่าต่อไปว่าวันเกิดเหตุนั้นถ้าไม่ออกไปทำงานก็มีหวังตายแน่
ๆ เพราะปกติจะเดินเข้าออกตรอกนั้นพบปะเพื่อนฝูงวันละหลายเที่ยวและจะไม่นำพระติดตัวเลยไปทำงานถึงจะนำติดตัวไปทำให้รอดชีวิตมาได้
ผู้เขียนได้ขอดูรอยที่ถูกฟันปรากฏว่าเห็นเป็นรอยทางยาว
ๆ ประมาณ ๖ - ๘ นิ้วฟุต เพาะเหตุเกิดมาหลายวันแล้ว
ถ้าหากว่าฟันเข้าไม่พิการก็ต้องนอนโรงพยาบาลเป็นเดือน
ๆ แน่ ๆ
|